วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ที่ดินข้างเคียง เรียน ท่านอาจารย์

คำถาม

ดิฉันมีปัญหาเรื่องที่สร้างบ้านไปแล้ว แต่จู่ๆข้างบ้าน(น้า)ก็ขอรังวัดที่ดินทำให้บ้านที่สร้างมาเกือบ หนึ่ง ปี เข้าไปอยู่ในเขตบ้านของน้า เจ้าหน้าที่มาทำการรังวัดที่ดิน แล้วปักเขตลงเสาหมุดเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ดินของน้าก็ยังขาดอยู่ดี จนท.ได้บอกน้าว่าที่ดินยังขาดอยู่  น้าได้บอกกับ จนท. ว่าจะตกลงกันเองแต่ไม่ได้ให้เจ้าที่รังวัดออกมาดู โดยให้ ลูกๆ ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และพวกๆ มาทำการวัดที่ดินที่ยังขาดออกไป  และย้ายหมุดแล้วปักเสาใหม่ แล้วทำรั้วเข้ามาในเขตบ้านซึ่งเข้ามาในชายคาบ้านดิฉันประมาณ เกือบเมตร
ถามว่า 1.ถ้ามีการเซนชื่อที่ดินข้างเคียงไปแล้ว ที่ดินไม่พอเค้าจะฟ้องร้องเอาที่ดินเพิ่มได้หรือไม่  ดิฉันขอซื้อที่ดินส่วนที่เกินมา น้าก็ไม่ขาย  (การปักเขตที่เจ้าหน้าที่มารังวัดไม่ถึงตัวบ้าน)
2.น้ากับพวกมีความผิดฐานบุกรุกหรือไม่
3.ถ้าออกโฉนดที่ดินใหม่ ที่ดินของน้ายังขาดอยู่ เค้าฟ้องศาลดิฉันจะทำอย่างไร
คำตอบ
1.-2. ถ้าเจ้าหน้าที่เขาปักหมุดกำหนดเขตแน่นอนแล้ว ก็ต้องเป็นไปตามนั้น หากเขาเห็นว่าไม่ถูกต้องเขาก็ต้องไปฟ้องร้องเจ้าพนักงานที่มาปักเขต เขาไม่มีสิทธิขุดหลักเขตแล้วปักเอาเองตามชอบใจ การทำอย่างนั้น นอกจากจะเป็นการบุกรุกที่ดินข้างเคียงแล้ว ยังเป็นความผิดฐานทำลายหลักฐานหรือเคลื่อนย้ายหลักเขตที่ดินที่เป็นความผิดทางอาญาด้วย
3. ถ้าที่ดินนั้นคุณแน่ใจว่าเป็นที่ดินของคุณ คุณก็ต้องสู้คดี แต่ถ้าเห็นว่าเป็นที่ดินของเขา ก็คืนให้เขาไปจะได้ไม่ต้องเป็นความกันในศาล

มีชัย ฤชุพันธุ์
26 พฤษภาคม 2553

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่ 12 ข้อ 9



" การรับรองแนวเขตของผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงตามข้อ วรรคสอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือซึ่งมีข้อความด้วยว่า ถ้าผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงไม่มาหรือมาแต่ไม่ยอมลงชื่อรับรองแนวเขตโดยไม่คัดค้านการรังวัด เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันทำการรังวัด พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยไม่ต้องมีการรับรองแนวเขต ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงตามที่อยู่ที่เคยติดต่อ หรือตามที่อยู่ที่ผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงนั้นได้แจ้งเป็นหนังสือไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มารับรองแนวเขตหรือคัดค้านการรังวัดและให้อยู่ในบังคับแห่งเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ในกรณีที่ผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงได้รับหนังสือจากสำนักงานเจ้าหน้าที่ให้มาระวังแนวเขตแล้ว แต่ไม่มาหรือมาแต่ไม่ยอมลงชื่อรับรองแนวเขตโดยไม่คัดค้านการรังวัด ให้พนักงานเจ้าเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แล้ว โดยไม่ต้องมีการรับรองแนวเขตเมื่อพ้นกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันทำการรังวัด(ในกรณีที่ไม่อาจติดต่อผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงให้มาระวังแนวเขตได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปิดประกาศแจ้งให้ผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงนั้นมาลงชื่อรับรองแนวเขต หรือคัดค้านการรังวัดไว้ในที่เปิดเผย  สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินสาขา สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และบริเวณที่ดินของผู้ที่มีสิทธิในที่ดินขา้งเคียงแห่งละหนึ่งฉบับ ในกรณีที่ดิน อยู่ในเขตเทศบาล ให้ปิด  สำนักงานเทศบาลอีกหนึ่งฉบับด้วย ถ้าผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงไม่มาติดต่อหรือคัดค้านประการใดภายในสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ ให้สำนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำระโยชน์เท่าจำนวนเนื้อที่ที่ได้ทำประโยชน์แลโดยไม่ต้องมีการรับรองแนวเขต "



การขอรังวัดสอบเขตที่ดิน


การขอรังวัดสอบเขตที่ดิน
ในการรังวัดสอบเขตหรือตรวจสอบเนื้อที่ ถ้าปรากฏว่าการครอบครองไม่ตรงกับแผนที่หรือเนื้อที่ในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เมื่อผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียง ที่เกี่ยวข้องได้ลงชื่อรับรองแนวเขต ให้เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจแก้ไขรูปแผนที่หรือเนื้อที่ให้ตรงกับความเป็นจริงได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ใช่เป็นการสมยอมกันเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย เช่น ตัดแบ่งเนื้อที่ดินให้กันโดยไม่ต้องจดทะเบียนการโอน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงได้รับการติดต่อจากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มาระวังแนวเขตแล้ว แต่ไม่มาหรือมาแต่ไม่ยอมลงชื่อรับรองแนวเขตโดยไม่คัดค้านการรังวัด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำหนังสือแจ้งให้มาลงชื่อรับรองแนวเขตหรือคัดค้านการรังวัดโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้มีสิทธิในที่ดินแปลงข้างเคียงตามที่อยู่ที่เคยติดต่อ หรือตามที่อยู่ที่ผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงนั้นได้แจ้งเป็นหนังสือไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือในกรณีที่ไม่อาจติดต่อผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงให้มาระวังแนวเขตได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ปิดหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงนั้นมาลงชื่อรับรองแนวเขตหรือคัดค้านการรังวัดไว้ในที่เปิดเผย บริเวณที่ดินของผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงนั้นมาลงชื่อรับรองแนวเขต หรือคัดค้านการรังวัดไว้ในที่เปิดเผย  บริเวณที่ดินของผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียง และ  ที่ว่าการเขตหรือที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ ในท้องที่อันเป็นที่ตั้งของที่ดินแห่งละฉบับ พร้อมกับส่งหนังสือแจ้งให้ผู้นั้นมาลงชื่อรับรองแนวเขตหรือคัดค้านการรังวัดทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงตามที่อยู่ที่พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถาม ได้ความจากนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือถ้าสอบถามแล้วยังไม่ทราบที่อยู่ของผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงก็ให้ส่งไปยังผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงตามที่อยู่ ที่ปรากฏหลักฐานที่สำนักงานที่ดิน
ถ้าผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงไม่มาลงชื่อรับรองแนวเขต หรือคัดค้านการรังวัดภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้ส่งหนังสือ และผู้ขอได้ให้คำรับรองว่า มิได้นำทำการรังวัดรุกล้ำที่ดินข้างเคียง และยินยอมให้แก้ไขแผนที่หรือเนื้อที่ให้ตรงกับความเป็นจริง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องมีการรับรองแนวเขต
ในการรังวัดสอบเขต ถ้าปรากฏว่ามีผู้คัดค้าน ให้เจ้าพนักงานที่ดินเป็นผู้สอบสวน ไกล่เกลี่ย ไม่ใช่สอบสวนเปรียบเทียบ ให้ถือหลักฐานแผนที่เป็นหลักในการพิจารณา ถ้าตกลงกัได้ให้ดำเนินการไปตามที่ตกลง แต่การตกงกันนี้จะต้องไม่เป็นการสมยอมกันเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย
ถ้าตกลงกันไม่ได้ ให้แจ้งให้คู่กณีไปฟ้องต่อศาลภายในกำหนด 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ผู้ที่จะฟ้องศาลก็คือ ผู้ที่ขอสอบเขตที่ดินหรือขอตรวจสอบเนื้อที่นั้นเอง ถ้าไม่มีการฟ้องร้องภายในกำหนดดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ขอไม่ประสงค์จะสอบเขตโฉนดที่ดินหรือจะตรวจสอบเนื้อที่ามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต่อไป พนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมยกเลิกคำขอได้
ถ้ามีการฟ้องต่อศาลภายในกำหนด 90 วันและศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เจ้าพนักงานที่ดินก็จะดำเนินการไปตามคำพิพากษาของศาล
Source: www.dol.go.th

วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)

                                                                                                  krut.gif
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๓  (.. ๒๕๓๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน  .. ๒๔๙๗
หมวด
หนังสือรับรองการทำประโยชน์
ข้อ ๑๐. เมื่อได้พิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์แล้ว ปรากฏว่าได้มีการครอบครองและทำประโยชน์ตามสมควรแก่สภาพที่ดินในท้องถิ่น ตลอดจนสภาพของกิจการที่ได้ทำประโยชน์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังนี้
                    () ประกาศการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ทราบมีกำหนดสามสิบวัน ประกาศนั้นให้ปิดไว้ในที่เปิดเผย สำนักงานที่ดินท้องที่ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอท้องที่ ที่ทำการแขวงหรือที่ทำการกำนันท้องที่ และในบริเวณที่ดินนั้น แห่งละหนึ่งฉบับ ในเขตเทศบาลให้ปิดไว้ สำนักงานเทศบาลอีกหนึ่งฉบับ
                    () ถ้าปรากฏว่าที่ดินนั้นไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี และที่ดินนั้นไม่เป็นที่ดินซึ่งต้องห้ามมิให้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามข้อ และไม่มีผู้คัดค้านภายในกำหนดเวลาที่ประกาศตาม () ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ได้
                    () ถ้าปรากฏว่าที่ดินนั้นตั้งอยู่ในตำบลที่มีป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ พื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่า พื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าหรือพื้นที่ที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและกรมป่าไม้หรือกรมพัฒนาที่ดินยังไม่ได้ขีดเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี  ลงในระวางรูปถ่ายทางอากาศเพื่อการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือกรณีที่ขีดเขตแล้ว แต่ที่ดินที่ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์มีอาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยวหรืออยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมกันออกไปตรวจพิสูจน์ที่ดินประกอบด้วยป่าไม้อำเภอหรือผู้ที่ป่าไม้จังหวัดมอบหมายสำหรับท้องที่ที่ไม่มีป่าไม้อำเภอ เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินอำเภอ  ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง) และกรรมการอื่นตามที่เห็นสมควร เมื่อคณะกรรมการดังกล่าวได้ทำการตรวจพิสูจน์เสร็จแล้ว ให้เสนอความเห็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดว่าสมควรออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ได้หรือไม่  เพียงใด สำหรับที่ดินที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี  แต่ยังไม่ได้ขีดเขตหรือขีดเขตแล้วแต่ที่ดินดังกล่าวมีอาณาเขตคาบเกี่ยวกับเขตที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรให้แต่งตั้งผู้แทนกรมพัฒนาที่ดินเป็นกรรมการด้วย
                    ข้อ ๑๑.  เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจารณาผลการตรวจพิสูจน์ที่ดินของคณะกรรมการตามข้อ ๑๐ () แล้ว ปรากฏว่าที่ดินนั้นไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี หรือปรากฏว่าที่ดินนั้นอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือเขตที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี แต่ผู้ขอได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมายมาก่อนวันที่ทางราชการกำหนดให้ที่ดินนั้นเป็นป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี และไม่มีผู้คัดค้านภายในกำหนดเวลาที่ประกาศตามข้อ ๑๐ () ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาดำเนินการตามข้อ ๑๐ ()
         (ราชกิจจานุเบกษา  เล่ม  ๑๑๑  ตอนที่  ๑๒   ลงวันที่ เมษายน  .. ๒๕๓๗)
หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือเนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ) .. ๒๕๒๘ ยกเลิกอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายที่ดินในบางท้องที่แล้ว สมควรปรับปรุงแบบ หลักเกณฑ์และวิธีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ รวมทั้งใบแทนของหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าว เพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินสามารถปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ นอกจากนี้หลักเกณฑ์การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และโฉนดที่ดินได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว สมควรปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเขตที่ได้จำแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ยังไม่มีมาตรการที่รัดกุมเหมาะสมจึงสมควรกำหนดให้มีการตรวจสอบรับรองจากกรมป่าไม้ และกรมพัฒนาที่ดินก่อนออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ด้วย และพร้อมกันนี้สมควรกำหนดหลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินสำหรับที่เกาะ เพื่อป้องกันการบุกรุกของราษฎร กับเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553

ฝ่ายทะเบียนยื่นเรื่องที่ดินจังหวัด

ภาพขนาดย่อของรายการ

ตอบโดย สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญกรมที่ดิน


กรมที่ดินได้วางเเนวทางไว้ ตอบโดย สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญกรมที่ดิน




คำถามเลขที่ : 5207-061042 เรื่อง การรังวัดออกโฉนดที่ดินกรณีหลักฐาน..1

รายละเอียด :
..1 ทิศเหนือ จกเหมืองสาธารณประโยชน์ ระยะ 40 เมตร ทิศใต้จดห้วยสาธารณฯระยะ 40 เมตร ทิศตะวันออกจดนาย .ระยะ 50 เมตร ทิศตะวันตกจดห้วยสาธารณฯระยะ 20 เมตร นำมายื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดิน ชี้ระวางแผนที่แล้วที่ดินอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ช่างออกไปทำการรังวัดผลการรังวัดปรากฏว่า ด้านทิศเหนือจดเหมืองฯ(คงเดิม)ได้ระยะ 42 เมตร(มากกว่าเดิม 2 เมตร)ทิศใต้จดห้วยสาธารณฯ(คงเดิม)ได้ระยะ 42เมตร(มากกว่าเดิม 2 เมตร)ทิศตะวันออกจดนาย .(คงเดิม)ได้ระยะ 50 เมตร(เท่าเดิม)ทิศตะวันตกจดห้วยสาธารณฯได้ระยะ 20 เมตร ข้างเคียงมาระวังชี้แนวเขตครบ ผู้ปกครองท้องที่รับรองแนวเขตที่สาธารณฯถูกต้องสอบสวนนาย .ปรากฏว่าไม่มีหลักฐานสำหรับที่ดินหรือ ..1แต่อย่างใด กรณีนี้ต้องปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่ 12 (..2532)ข้อ 8 วรรค 2 หรือข้อ 10 และข้างเคียงด้านทิศตะวันออกจะถือว่าเป็นป่าไม้ถาวร หรือ เป็นที่มีการครอบครองของนาย .
โดยคุณ :
นายเปรมยุทธ เจริญสิน นายช่างรังวัดชำนาญงาน
วันที่ :
30 กรกฏาคม 2552 20:08 .





คำตอบที่ 1
รายละเอียด :
คำตอบ
การออกโฉนดที่ดินโดยอาศัยหลักฐาน ส.ค.๑ เมื่อระยะแนวเขตเปลี่ยนแปลง และข้างเคียงรับรองแนวเขตครบ 
ผู้ปกครองท้องที่รับรองแนวเขตที่สาธารณะฯ ถูกต้อง ให้ปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๓๒) ข้อ  วรรคสอง เนื่องจากไม่ได้มีด้านจดที่ป่าแต่อย่างใด
สำหรับข้างเคียงทางด้านทิศตะวันออก เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า จดที่ดินของนาย ก. ตามหลักฐาน ส.ค.๑ คงเดิมการเขียนข้างเคียงด้านทิศตะวันออกจะเขียนว่าที่มีการครอบครอง ไม่ว่าที่ดินของนาย ก. ซึ่งเป็นที่ดินที่ไม่มีหลักฐานนั้นจะอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรหรือไม่ก็ตาม เพราะการเขียนและรับรองแนวเขตดังกล่าวจะเป็นไปตามระเบียบกรมที่ดินว่าด้วย การเขียนข้างเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๑ ข้อ ๗.๒ แม้ว่า นาย ก. จะไม่มีหลักฐานใดก็ให้เขียนข้างเคียงว่าที่มีการครอบครอง ตามข้อเท็จจริง
""""""""""
ตอบโดย :
สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ
ประสานงานโดย :
สำนักงานเลขานุการกรม โทร.0-2221-5682, 0-2226-3073
วันที่ :
13 สิงหาคม 2552 10:26 .

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553